ความเป็นมาของโครงการ
ในปีพุทธศักราช 2517 ได้มีการตราพระราช บัญญัติว่าด้วยการจัดรูปที่ดิน จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดังนี้

  • คณะกรรมการกลางเพื่อการจัดรูปที่ดิน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน
  • คณะกรรมการจัดรูปที่ดินประจำจังหวัด (มี 27 จังหวัด) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
  • สำนักงานกลางเพื่อการจัดรูปที่ดิน
  • สำนักงานจัดรูปที่ดินประจำจังหวัด (27 จังหวัด)
  • กองทุนเพื่อการจัดรูปที่ดิน

วัตถุประสงค์

  • เพื่อเร่งรัดโครงการจัดรูปที่ดินตามแนวพระราชดำริ
  • เพื่อเพิ่มผลผลิตของที่ดินเพื่อการเกษตร
  • เพื่อปรับปรุงความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้อยู่ดีกินดี

ขั้นตอนการพัฒนาที่ดิน

  • ปรับระดับผืนดินให้มีระดับสม่ำเสมอ
  • ออกแบบจัดแปลงที่ดินใหม่และถนนเข้าถึงได้ทุกแปลงที่ดิน
  • สร้างระบบชลประทาน และระบบระบายน้ำผ่านที่ดินทุกแปลง
  • สร้างถนนและสาธารณูปโภคมูลฐาน
  • หลังจัดรูปแปลงใหม่ออกโฉนดที่ดินแปลงใหม่ให้สมบรูณ์
  • วางแผนและส่งเสริมการเกษตรด้านผลผลิตและการตลาด

บริษัทเกษตรร่วมพัฒนาจึงไดถือกำเนิดขึ้น ตามแนวความคิดของคุณ เดชชนะ สมคิด และทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ในแต่ละแขนงเพื่อพัฒนาโครงการนี้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรชาวไทยอันเป็นพื้นฐานของ การพัฒนาประเทศ

โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ภายใต้ความร่วมมือของรัฐบาลไทย
หลักการ
1. การจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ถือว่าเป็นการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่เชื่อมต่อกับการใช้ที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมที่มีประสิทธิภาพที่สุด ภายใต้การมีส่วนร่วมของการเกษตรกร.
2. การจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีความสะดวกหลายประการเอื้อต่อการแก้ปัญหาทางด้านการเกษตร ได้แก่ การส่งน้ำ การจัดการผลผลิต.
3. รัฐได้ดำเนินการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมานานแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ โดยมี อุปสรรคหลายประการ ได้แก่
3.1 รัฐจัดสรรงบประมาณสำหรับงานในส่วนนี้น้อยมาก พื้นที่จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จึงขยายตัวได้น้อย กล่าวคือมีสัดส่วนเพียง 1.3 % ของพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศ และ 7.8% ของพื้นที่ชลประทาน ปัจจุบันรัฐได้ดำเนินการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไปได้เพียง 1.8 ล้านไร่ ใน 72 จังหวัด.
3.2 ระบบบริหารและระเบียบปฏิบัติทางราชการที่มีอยู่ไม่เอื้อประโยชน์และไม่คล่องตัวในการบริหาร.
4. ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจาก กฎ ระเบียบของทางราชการที่ไม่คล่องตัวและเป็นปัญหาในการบริหารจัดการ ต่องานจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ควรต้องให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทร่วมกับภาคราชการเพื่อลด ขั้นตอน และกฎ ระเบียบต่าง ๆ เช่นเดียวกับ JICA หรือ JBIC ของประเทศญี่ปุ่น และ TEMASEK HOLDINGS ของประเทศสิงค์โปร.
5. โครงการนี้เพื่อสร้างรูปแบบ (MODEL) ในการพัฒนา การจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่มีโครงสร้าง ร่วมมือระหว่างภาคราชการและภาคเอกชน.
6. เมื่อสิ้นสุดโครงการจะสามารถให้สิทธิ์ หรือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแก่เกษตรกรรมที่ร่วมโครงการได้
7. ประกอบกับงานจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นที่ยอมรับของประเทศต่าง ๆ และงานจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในประเทศไทยเคยได้รับการสนับสนุนด้านเงินกู้จาก WORLD BANK ระหว่าง ปี 2518 ถึงปี 2532 และได้รับการสนับสนุนด้านเงินกู้จาก ADB และ JBIC ในโครงการเงินกู้ของ กระทรวงเกษตรฯ ในโครงการ ASPL ระหว่างปี 2543 ถึงปี 2546 ด้วย.